Home การรักษาโดยการใช้ยา

การรักษาโดยการใช้ยา

การรักษาโดยการใช้ยา

ปัจจุบันทางการแพทย์ทั่วโลกยอมรับยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยผมร่วงจากพันธุกรรม และได้ผลดี รวมกับมีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันมี 2 ชนิดเท่านั้น คือ
     1)ไมนอกซิดิลโซลูชั่น (Minoxidil solution) เป็นยาน้ำมีตั้งแต่ 2-5% องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ยอมรับการใช้ยาชนิดนี้ดังนี้
        - ปี 1988 (พ.ศ. 2531) ยอมรับการใช้ยา 2 % minoxidil solution ในการรักษาผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรมในผู้ชาย
        - ปี 1996 (พ.ศ. 2539) ยอมรับการใช้ยา 2 % minoxidil solution ในการรักษาผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรมทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
        - ปี 1997 (พ.ศ. 2540) ยอมรับการใช้ยา 5 % minoxidil solution ในการรักษาผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม
    สำหรับกลไกการออกฤทธิ์ ปัจจุบันไม่ทราบกลไกการออกฤทธิ์ที่แท้จริง(เดิมเชื่อว่าเป็นผลจากการขยายตัวของเส้นเลือดฝอยบริเวณหนังศีรษะ)
         • จากการทดลองในคนผู้ชาย พบว่า 5% ได้ผลดีกว่า 2% minoxidil solution อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อใช้ยาไปนาน 48 สัปดาห์
         • จากการทดลองในคนผู้หญิง พบว่า ภายหลังใช้ยาไปนาน 32 สัปดาห์ 2% minoxidil เพิ่มจำนวนเส้นผม 29% และเพิ่มน้ำหนักของเส้นผม 42% เมื่อเทียบกับการใช้ยาหลอก
         • อย่างไรก็ตามทั้งในผู้ชายและผู้หญิง เมื่อหยุดใช้ยานาน 24 สัปดาห์ เส้นผมจะค่อยกลับสู่ภาวะปกติ (ก่อนการรักษา) ดังนั้นการใช้ยาต้องใช้ตลอดไป

   คำแนะนำการใช้ยา (ควรใช้ยาภายใต้การควบคุมของแพทย์)
       - ผู้ชายแนะนำให้ใช้ 5% minoxidil solution ก่อน ยกเว้นมีผลข้างเคียงมาก ก็ให้กลับมาใช้ 2%


รูปแสดงผู้ป่วยผมบางแบบพันธุกรรม IIIv
ก่อนการรักษาด้วย 3% minoxidil


รูปแสดงผู้ป่วยคนเดียวกัน
หลังการรักษาด้วย 3% minoxidil
ทาเช้าและเย็นเป็นเวลา 3 เดือน


       - ผู้หญิงแนะนำให้ใช้ 2% minoxidil solution


รูปผู้หญิงก่อนและหลังรักษาด้วยการทา 2% ไมนอกซิดิลโซลูชั่น


รูปผู้หญิงก่อนและหลังรักษาด้วยการทา 5% ไมนอกซิดิลโซลูชั่น 


       - ควรใช้แบบหยดลงสู่หน้าศีรษะ จะดีกว่าแบบสเปย์ฉีด และควรใช้วันละ 2 ครั้ง
   ผลข้างเคียง
         1) อาการระคายเคืองจากยา เช่น ผื่นแดง-คัน  
         2) ขนขึ้นบริเวณสัมผัสกับยา

     2) ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) เป็นยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 1 มิลลิกรัม รับประทาน  วันละครั้ง ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-ุα-reductase ทำให้ระดับของ dihydrotestosterone (ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดภาวะผมบาง ศีรษะล้านแบบกรรมพันธุ์) ลดลง ทำให้ผมดูดกดำขึ้น

ฮอร์โมนทำให้ผมบางศีรษะล้านได้อย่างไร

  - ในผู้หญิงไม่ควรใช้ยานี้ เนื่องจากไม่ค่อยได้ผล และในขณะตั้งครรภ์ ถือเป็นข้อห้ามในการใช้ยา
  - ในผู้ชายเป็นยาที่ดีและปลอดภัย สามารถใช้เป็นระยะเวลายาวนานได้ ไม่มีผลความผิดปกติของบุตรในขณะที่พ่อบ้านทานยานี้
โดยระยะเวลาประเมินผล ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี จึงประเมินผล และควรใช้ตั้งแต่เริ่มผมร่วง (ป้องกันดีกว่ารักษา) และใช้อย่างต่อเนื่องตลอดไป


รูปแสดงฮอร์โมนเพศชายมีผลทำให้ผมรุ่นต่อไปมีขนาดเล็กลง ดังนั้นยาที่ไปยับยั้งการออกฤทธิ์
ของฮอร์โมนเพศชายจึงช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 

ผลข้างเคียง
ความต้องการทางเพศและการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง
    - โดยกลุ่มอายุน้อยกว่า 40 ปี พบแค่ 0.3%
    - กลุ่มอายุมากกว่า 40 ปี พบ 8.7% เทียบกับกลุ่มไม่ใช้ยาซึ่งพบ 5.1% อาการเหล่านี้จะกลับเป็นปกติเมื่อหยุดใช้ยา

 

แก้ไขล่าสุด ( วันอาทิตย์ที่ 09 สิงหาคม 2009 เวลา 18:23 น. )

English French German Italian Portuguese Russian Spanish
Polls
ส่วนใหญ่ผมจะร่วงเมื่อ?
 
Who's Online
เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Advertisement
โปรโมชั่น ปัจจุบัน: